แฮร์รี่ เคน กองหน้าที่จะพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นหนแรก

แฮร์รี่ เคน กองหน้าที่จะพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นหนแรก
ขอบคุณรูปภาพ mgronline

แฮร์รี่ เคน เรียกได้ว่าชื่อของเขาโด่งดังมาก่อนที่รายการ ยูโร 2020 รอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นอีก หลังจากที่เขาตัดสินใจจะโบกมือลาสโมสรท็อตแนม ฮอทสเปอร์ส สังกัดที่อยู่มานานกว่า 20 ปี หากนับตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชน ด้วยเหตุผลที่อยากไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังจากที่เขายังไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์รายการใหญ่ๆใดกับสโมสรไก่เดือยทองมาก่อนเลย ทำได้แค่เฉียดไปเฉียดมาเท่านั้นเอง แต่ ณ เวลานี้เราก็ยังไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจะได้สังกัดใหม่คือที่ใด แต่สิ่งที่เขาต้องโฟกัสและกำลังจะทำคือ การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีมชาติอังกฤษและตัวเขาเอง ด้วยการจะต้องลงเล่นเป็นนัดสุดท้ายของ ยูโร 2020 ด้วยเกมนัดชิงชนะเลิศ กับการเจอกับทีมชาติอิตาลี ซึ่งเป็นครั้งแรกของทัวร์นาเม็นต์ใหญ่รายการนี้ที่ทีมชาติอังกฤษสามารถเข้าชิงได้ แต่ก็ไม่ใช่งานง่ายเลยเมื่อต้องเจอกับทีมชาติอิตาลีที่แข็งแกร่ง แต่อย่างไรเสียทีมชาติอังกฤษก็มีโอกาสมากกว่าด้วยการที่ได้ลงเล่นในสนามเวมบลีย์ที่นักฟุตบอลคุ้นเคย โดยเฉพาะกับ แฮร์รี่ เคน ที่สโมสร ท็อทแนม ฮอทสเปอร์ส เคยใช้เวมบลีย์เป็นรังเหย้ามาเป็นปีๆ และก็ทำให้นักเตะสเปอร์สอย่างเขาคุ้นเคยกับสนามเป็นอย่างดี และมันก็มีโอกาสสูงมากๆ ที่เขาจะยิงประตูพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรมาครอง

แฮร์รี่ เคน กับโอกาสที่ยังมีลุ้นดาวซัลโว

แฮร์รี่ เคน กองหน้าและกัปตันทีมชาติอังกฤษ ปัจจุบันเขามีอายุ 27 ปี ผลงานที่โดเด่นก็ต้องยกให้กับการเป็นคนทำประตูให้ทีมชาติอังกฤษเข้าชิงได้โดยเป็นคนซัดประตูชัยดับฝันทีมชาติเดนมาร์ก 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และ พาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกยูโร 2020 ได้เป็นครั้งแรกของทีมชาติอังกฤษอีกด้วย และ สำหรับยูโรหนนี้ แฮร์รี่ เคน ซัดไปแล้ว 4 ประตู ยังเป็นรอง คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังโปรตุเกส กับ พาทริค ชิค ดาวยิงสาธารณรัฐเช็ก ที่ครองการทำประตูร่วมกันที่ 5 ประตู อยู่ แต่ แฮร์รี่ เคน มีโอกาสทำลายสถิติได้ หรือ ทำอันดับให้เทียบเท่าสองคนน้นได้ ด้วยการที่ยังมีโอกาสลงเล่นอีก 1 เกม ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะยิงประตูได้หรือไม่ หรือหากว่ายิงได้จะยิงกี่ลูกมีโอกาสจะได้รางวัลรองเท้าทองคำมาครองได้หรือไม่ วันอาทิตย์ ที่ 11 นี้ เวลา 02.00 น. ก็จะได้รู้กันแล้วว่าเขาจำทำได้หรือไม่ได้ 

ขอบคุณรูปภาพ mgronline

#แฮร์รี่เคน #ทีมชาติอังกฤษ #ยูโร2020