ดี แคลนไรซ์ ดาวรุ่งคนนี้เป็นใคร?

ดี แคลนไรซ์ ดาวรุ่งคนนี้เป็นใคร
ขอบคุณรูปภาพจาก footballplayerzhistory.blogspot.com/

ดี แคลนไรซ์ ชื่อนี้อาจจะเป็นชื่อที่หลาย ๆ คนตั้งคำถามขึ้นว่าเขาเป็นใคร เขาเติบโตที่ลอนดอนอังกฤษ แต่มีเชื้อสายไอริช โดยจุดเริ่มต้นของเขานั้นเป็นเด็กในอคาเดมีของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี โดย ดี แคลนไรซ์ อคาเดมีของ สิงโตน้ำเงินครามเชลซี เมื่อปี 2006 ในยุคของกุนซือ โชเซ มูรินโญ คุมทีม โดยที่เขาอยู่ในอคาเดมีจนถึงอายุ  14 ปี แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลงานจนได้ไปต่อ นั่นจึงทำให้เกิดความผิดหวังและเป็นเรื่องที่แสนเจ็บปวดจนกลายเป็นเรื่องแย่ที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของเขาเป็นอย่างมาก จนทำให้เขากลายเป็นโรคซึมเศร้า แต่เพชรก็คือเพชรฝีเท้าของเขาได้เป็นที่สนใจของทีมร่วมกรุงลอนดอน อย่างทีมขุนฆ้อนเวสแฮม ยูไนเต็ด และ ทำให้เขาได้เข้าร่วมทีมเวสแฮมป์ ในปีเดียวกันนั้นเอง และ ปีถัดมาทางสโมสรเวสแฮมป์ก็จับเขาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในทันที ก่อนที่จะสร้างผลงานอันโดดเด่น และ กลายเป็นตัวหลักที่สโมสรขาดไม่ได้ และได้รับรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักเตะยอดเยี่ยม ดาวรุ่งยอดเยี่ยม ของพรีเมียร์ลีก 

ดี แคลนไรซ์ ที่ทีมใหญ่กำลังให้ความสนใจ 

ดี แคลนไรซ์ ที่ตอนนี้อยู่ในวัย 21 ปีถือว่ายังเป็นดาวรุ่ง และ ในปัจจุบันเขาได้กลายเป็นตัวหลักของทีมชาติอังกฤษ แม้ว่าจะมีเชื้อชาติ ไอริช และ เคยเล่นให้กับทีมชาติ ไอแลนด์ก็ตาม และ นั่นก็เริ่มที่จะทำให้เขาเป้นที่จับตามองของสโมสรที่ใหญ่กว่า เวสแฮมป์ โดยเขาได้รับการยกย่อง และ คำชม จากสื่อมากมาย โดยเขาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ที่สามารถจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ และสามารถตัดเกมได้อย่างเด็ดขาด และนอกจากนั้นเขายังสามารถถอยลงมาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คได้อีกด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่เขาเป็นอยู่อาจจะไม่นานที่เขาคงจะได้ย้ายไปเล่นยังสโมสรที่ใหญ่กว่าขุนฆ้อน เวสแฮมป์ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน 

ดี แคลนไรซ์ มีข่าวกับเชลซี และ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 

ในตอนนี้เรียกได้ว่า ดี แคลนไรซ์ กลายเป็นดาวรุ่งเนื้อหอม ที่ทีมอย่างแมนยูฯ และ เชลซี ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษกำลังให้ความสนใจ แต่เปอร์เซ็นต์ที่เขาจะย้ายไปร่วมทีมเลซีนั้นเรียกได้ว่ามีมากกว่า เพราะเขาเคยเป็นเด็กปั้นของเชลซี และเขายังอาศัยอยู่ในลอนดอนอังกฤษอีกด้วย ด้วยเจ้าตัวเองก็ยังต้องการที่จะอยู่ในลอนดอนอังกฤษอยู่ ทำให้โอกาสในการย้ายทีมไปเชลซีนั้นมีสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปครับว่า อนาคตของเขานั้นจะเป็นอย่างไร

ขอบคุณรูปภาพจาก goal.com/

#ฟุตบอลต่างประเทศ #พรีเมียร์ลีก