สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน

สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน
ขอบคุณรูปภาพจาก .thairath.co.th

กลายเป็นว่าลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ พวกเขาไปทั้งหมด 4 เกมติดแล้ว และเป็นการแพ้ 3 เกมติดในการเล่นในบ้านอีกด้วย โดยนัดนี้เตะกันเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 00.30 น. ของคืนวันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเอฟเวอร์ตัน สามารถบุกไปเอาชนะลิเวอร์พูลได้ 2-0 ยัดเยียดความปราชัยเป็นนัดที่ 4 ให้ลิเวอร์พูล ได้สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำให้เกิดขึ้น รายละเอียดของเกมจะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามกันครับ

รายละเอียดของเกม คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตัน 

มาดูกันที่ครึ่งแรกกันก่อนเลยครับ แค่เปิดเกมมาได้เพียง 3 นาที ก็เป็นเอฟเวอร์ตันที่ทำประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จาก ริชารลิสัน กองหน้าตัวเก่งชาวบลาซิล โดยเป็นการแอสซิสของยอดกองกลางอย่าง ฮาเมส โรดิเกรส ผ่านบอลทะลุช่องให้กับศูนย์หน้าชาวบลาซิลหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยเท้าขวาเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้เอฟเวอร์ตันทีมเยือนขึ้นนำอย่างรวดเร็ว โดยลิเวอร์พูลมีโอกาสตีเสมอในนาทีที่ 19 จากลูกยิงจากกรอบเขตโทษของจอร์แดน เฮนเดอสัน กัปตันทีม ลูกพุ่งเข้ามุมขวาของประตูแต่ ตอร์แดน พิคฟอร์ด พุ่งไปปัดออกได้ทัน และนาทีที่ 32 เอฟเวอร์ตันเกือบได้ประตูที่ 2 จาก เชมัส โคลแมน พุ่งโหม่งบอลจ่อ ๆ หน้าประตู แต่ อลซิน เบเกอร์ เซฟเอาไว้ได้ ก่อนหมดครึ่งแรกเอฟเวอร์ตันนำ 1-0

มาดูกันที่ครึ่งหลังกันบ้างครับ เป็นฝั่งลิเวอร์พูลเจ้าบ้านที่ครองบอลได้เหนือกว่า ซึ่งลิเวอร์พุลมีโอกาสทำประตูตีเสมอได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็พลาดไป โดยลูกที่มีโอกาสได้ประตูมากที่สุดเป็นในนาทีที่ 68 จากลูกหลุดเข้าไปยิงของ โมฮัมเหม็ด ซาล่า แต่จอร์แดน พิกฟอร์ด ยังเซฟเอาไว้ได้ จนถึงนาทีที่ 80 เอฟเวอร์ตันก็ตอกย้ำความประชัยให้กับลิเวอร์พูลด้วยการได้จุดโทษจากจังหวะที่ โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน ถูก เทรน อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ ทำฟาวล์ และ เจฟฟรี่ ซิกเกอร์สัน สังหารเข้าไปไม่พลาด และทำให้เอฟเวอร์ตันขึ้นนำเป็น 2-0 จนหมดเวลาการแข่งขัน

ลิเวอร์พูลยังคงหาทางขึ้นไม่เจอ

หลังจากการปราชัยในนัดนี้ของลิเวอร์พูล ก็ทำให้อันดับในตารางของพวกเขายังคงอยู่ที่ 6 ตามเดิม ไม่สามารถไต่อันดับขึ้นไปเพื่ออยู่ในระดับท็อปโฟร์ได้ และนัดนี้พวกเขายังต้องเสีย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปจากอาการบาดเจ็บอีกด้วย ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ไม่รู้จะแย่อย่างไรแล้ว

ขอบคุณรูปภาพจาก pptvhd36.com

#พรีเมียร์ลีก #ลิเวอร์พูล #ฟุตบอลต่างประเทศ