ปัญหาการเหยียดสีผิวในวงการฟุตบอล

ปัญหาการเหยียดสีผิวในวงการฟุตบอล
ขอบคุณรูปภาพ siamrath.co.th

ถือได้ว่ายังคงเป็นเรื่องที่ไม่มีวันหมดสิ้นไปจากโลกเลยก็ว่าได้กับปัญหาการเหยียดสีผิวในวงการฟุตบอล โดยล่าสุด แกเรธ เบล สตาร์ดังทีมชาติเวลส์ และไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งนักฟุตบอลและนักกีฬาที่โด่งดังในทุกสายกีฬาเลิกการเล่นโซเชี่ยลจนกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องเหยียดสีผิวนี้ได้ ซึ่งสาเหุตที่ แกเรธ เบล อยู่ดีๆออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้นั่นก็มีเหตุเพราะว่า เพื่อนร่วมทีมชาติของเขา แรบบี มาทอนโด้ และ เบน คาบานโก้ ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติเวล ถูกส่งข้อความเหยียดสีผิวส่งให้พวกเขาในอินสตาแกรม ภายหลังจากจบการแข่งขันเกมอุ่นเครื่อง ที่สามารถเอาชนะ เม็กซิโก ไปได้ 1-0 หรือแม้กระทั่ง เธียร์รี อองรี อดีตตำนานนักเตะของปืนใหญ่อาเซนอล และทีมชาติฝรั่งเศษก็ได้ออกมาเรียกร้องเรื่องเหยียดผิวมาก่อนหน้านี้โดยประกาศเลิกเล่นโซเชี่ยลทุกๆอย่าง เนื่องจากอยากให้ทุกคนหันมามองเห็นปัญหาการเหยียดผิวที่เกิดขึ้นนี้ว่ามันสำคัญมากขนาดไหน หรืออย่างกรณีของ วิลฟรีด ซาฮา นักเตะผิวสีของคริสตัลพาเลซ ก็เลือกที่จะไม่นั่งคุกเข่าก่อนเริ่มเกมแข่งขันพรีเมียร์ลีกในโครงการ black lives matter เพื่อที่จะเรียกร้องให้เห็นเด่นชัดว่าปัญหามันไม่เคยถูกแก้อย่างจริงจรังและยังคงมีอยู่ตลอด และการคุกเข่าไปมันก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย 

โลกฟุตบอลกับการเหยียดสีผิวที่ผ่านมา

การเหยียดสีผิวในโลกฟุตบอลเกิดขึ้นมาทั้งการที่แฟนเป็นคนเหยียดหรือแม้กระทั่งนักฟุตบอลด้วยกัน อย่างกรณีของ หลุยส์ ซัวเรส กองหน้าชื่อดัง ในสมัยที่เจ้าตัวยังค้าแข้งอยู่กับ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวได้กล่าวกับ ปาทริซ เอวร่า ด้วยคำว่านิโกร และนั่นทำให้เขาต้องถูกแบนถึง 8 นัด โดนปรับอีก 40,000 ยูโร หรือกรณีของลีกกัลโชีซีเรีย อาร์ อิตาลี ที่มีการเหยียดผิวมากที่สุดในโลก และ เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง นักเตะของเอซีมิลานถูกเหยียดด้วยการที่แฟนบอลร้องล้อเลียนเขาด้วยการเลียนเสียงลิง และก็ทำให้เขาตัดสินใจวอร์คเอ้าท์ ในนาทีที่ 25 ของเกม 

ปัญหาการเหยีดผิวในโลกฟุตบอลที่เกิดขึ้นกับนักเตะหลายเชื้อชาติ

นักฟุตบอลชาวเอเชียอย่างเราก็ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายในการเหยียดผิว โดยที่กรณีนึงที่เกิดขึ้นนั้นก็มีอย่างเกร็ก คลาร์คซึ่งเป็นถึงประธานสมาคมฟุตบอลของอังกฤษก็ถึงกับต้องลาออกหลังจากที่เหยียดเชื้อชาติชาวเอเชีย และรวมไปถึงการเหยียดเพศ ซึ่งก็ต้องบอกว่าอยากให้ปัญหานี้หมดสิ้นไปบนโลกใบนี้สักที

ขอบคุณรูปภาพ SMMSPORT

#เหยียดสีผิว #เรื่องฉาววงการฟถตบอล #นานาสาระฟุตบอล